ไมโครคอนโทรลเลอร์ 32 บิตใหม่ มีโมดูลรักษาความปลอดภัยฮาร์ดแวร์แบบฝังเพื่อป้องกันแอปพลิเคชันอุตสาหกรรมและแอปพลิเคชันของลูกค้า

อุปกรณ์ PIC32CZ CA ซึ่งมีความสามารถในการปรับค่าได้สูง มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Arm® Cortex®-M7 300 MHz

11 ตุลาคม พ.ศ. 2566 — ในระหว่างกระบวนการพัฒนา นักออกแบบแอปพลิเคชันอุตสาหกรรมและแอปพลิเคชันของลูกค้าต้องพิจารณาติดตั้งฟังก์ชันรักษาความปลอดภัยในอุปกรณ์ เนื่องจากภัยคุกคามต่อความปลอดภัยได้พัฒนาขึ้นและมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อช่วยให้นักออกแบบบูรณาการระบบความปลอดภัยในแอปพลิเคชันของตนเองได้ วันนี้ ไมโครซอฟต์ เทคโนโลยี (Nasdaq: MCHP) จึงเปิดตัว  ไมโครคอนโทรลเลอร์ PIC32CZ CA 32 บิต ตระกูลใหม่ซึ่งมีหน่วยประมวลผล Arm Cortex-M7 300 MHz ซึ่งเป็นโมดูลรักษาความปลอดภัยฮาร์ดแวร์ (HSM) แบบบูรณาการ พร้อมตัวเลือกในการเชื่อมต่อที่หลากหลายพร้อมทั้งตัวเลือกสำหรับหน่วยความจำแบบแฟลชเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน

อุปกรณ์ PIC32CZ CA ตระกูลใหม่ประกอบด้วย PIC32CZ CA90 ที่มาพร้อม HSM หรือ PIC32CZ CA80 แบบไม่มี HSM ในตัว HSM ใน PIC32CZ CA90 เป็นโซลูชัน Monolithic ที่ช่วยป้องกันความปลอดภัยขั้นสูงสำหรับแอปพลิเคชันอุตสาหกรรมและแอปพลิเคชันของลูกค้า HSM ทำงานเป็นระบบย่อยที่มั่นคงปลอดภัยร่วมกับไมโครคอนโทรลเลอร์แยกบนบอร์ดที่ใช้เฟิร์มแวร์และคุณลักษณะด้านความปลอดภัยซึ่งรวมไปถึง Secure Boot ของฮาร์ดแวร์, การจัดเก็บคีย์, การเพิ่มความเร็วในการเข้ารหัส, ระบบสร้างตัวเลขสุ่มแท้จริง (True Random Number Generator) และอื่นๆ

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการความปลอดภัยเพิ่มเติม สามารถเพิ่ม Factory Provisioning บน PIC32CZ CA90 ซึ่งเมื่อทำสำเร็จ ลูกค้าจะได้รับอุปกรณ์จัดหาล่วงหน้า (Pre-provisioned) ที่พร้อมใช้งาน Trust Platform Development Suite ของไมโครชิพเป็นเครื่องมือจัดหา (Provisioning) แบบอินเฮาส์ที่มีความมั่นคงปลอดภัย และช่วยให้ช่องทางห่วงโซ่อุปทานที่มีปริมาณตามกำหนด (at scale) หรือการผลิตปริมาณต่ำมีความมั่นคงปลอดภัย

ร็อด เดรค รองประธานบริษัทไมโครชิพ ประจำหน่วยธุรกิจ MCU32 กล่าวว่า “ไมโครคอนโทรลเลอร์ PIC32CZ CA ช่วยให้ลูกค้าของเราสามารถติดตั้งคุณลักษณะรักษาความปอดลภัยแบบฝังในงานออกแบบได้ง่ายขึ้น ไมโครคอนโทรลเลอร์เหล่านี้ใช้งานได้หลากหลายและสามารถทำ factory provisioning ในการผลิตปริมาณต่ำและการปรับค่าเองอื่นๆ เช่น การเชื่อมต่อและหน่วยความจำ เพื่อให้สอดคล้องกับเงื่อนไขต่างๆ”

ไมโครคอนโทรลเลอร์ PIC32CZ CA สามารถปรับค่าได้โดยใช้ตัวเลือกการเชื่อมต่อที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึง USART/UART, I2C, SPI, CAN FD, USB ความเร็วสูง และอีเทอร์เน็ตกิกะบิต ตัวเลือกการเชื่อมต่ออีเทอร์เน็ตนั้นรวมไปถึง Audio Video Bridging (AVB) และ Precision Time Protocol (PTP) ตามมาตรฐาน IEEE 1588

อุปกรณ์เหล่านี้มีขนาดเข้ากับแฟลชออนบอร์ด 2, 4 หรือ 8 MB, SRAM 1MB และหน่วยความจำ Error Correction Code (ECC)  เพื่อลดความเสียหายของข้อมูล

อุปกรณ์ PIC32CZ CA เป็นไมโครคอนโทรลเลอร์ 32 บิตล่าสุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายในตระกูล PIC32 และ SAM ของ
ไมโครชิพ ซึ่งมีประสิทธิภาพและความสามารถในการทำงานสูง พร้อมทั้งคุณลักษณะต่างๆ มากมายซึ่งสามารถปรับแต่งและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ล้ำสมัยได้ 

เครื่องมือสำหรับการพัฒนา

อุปกรณ์รองรับ PIC32CZ CA90 Curiosity Ultra Development Board, PIC32CZ CA80 Curiosity Ultra Development Board และ MPLAB® Harmony v3 ในการทดสอบ เขียนโปรแกรม และแก้ไขจุดบกพร่องในระยะการออกแบบ

ราคาและความสามารถในการสั่งซื้อ

PIC32CZ CA80 สามารถสั่งซื้อได้ที่ราคา 14.80 ดอลลาร์ต่อชิ้นในปริมาณ 10,000 หน่วย และ PIC32CZ CA90 สามารถสั่งซื้อได้ที่ราคา 15.54 ดอลลาร์ต่อชิ้นในปริมาณ 10,000 หน่วยในแพ็คเกจ BGA 208 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและการสั่งซื้อ กรุณาติดต่อตัวแทนฝ่ายขายของไมโครชิพ ตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตทั่วโลก หรือเข้าชมเว็บไซต์สั่งซื้อและการบริการลูกค้าของไมโครชิพที่ www.microchipdirect.com

About pawarit

Check Also

วีเอสที อีซีเอส ร่วมกับ ฮันนี่เวลล์ ซิสเต็มส์ (ไทยแลนด์) จัดงานสัมมนาใหญ่ประจำปี “ฮันนี่เวลล์ พาร์ทเนอร์ อินไซต์ 2023” โดยได้รับความร่วมมือจาก BarTender by Seagull Scientific

วีเอสที อีซีเอส และ ฮันนี่เวลล์ ซิสเต็มส์ (ไทยแลนด์) ร่วมกันจัดงานสัมมนาใหญ่ประจำปีขึ้นเมื่อวันที่ 27-28 ต.ค. 2023 ณ Royal Hills Golf Resort …

Honeywell นำเสนอเทคโนโลยีเชื้อเพลิงทดแทนและวิธีการทางดิจิทัลแก่ผู้ดำเนินการโรงกลั่นในเอเชียแปซิฟิก

Honeywell ประกาศความพร้อมของเทคโนโลยีและวิธีการทางดิจิทัล เพื่อช่วยให้ลูกค้าในเอเชียแปซิฟิกสามารถผลิตเชื้อเพลิงทดแทนจากแหล่งเชื้อเพลิงดิบทดแทนหลายแห่งได้ โดยปัจจุบันนี้โรงกลั่นต่างๆ กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดเนื่องจากการขับเคลื่อนไปสู่ความยั่งยืนได้เร่งตัวขึ้นเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่บริษัทต่างๆ จะต้องนำเทคโนโลยีสำเร็จรูปมาใช้ เพื่อความสามารถในการผลิตเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำและสร้างความยั่งยืน ในขณะเดียวกัน ก็ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดของเสีย และบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน