เพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้าของคุณด้วย AI

ขณะนี้อุตสาหกรรมส่วนใหญ่กำลังพูดถึงเรื่องราวการใช้งานต่าง ๆ ที่แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของปัญญาประดิษฐ์ (AI)  แต่อุตสาหกรรมการกระจายสินค้าจะได้รับประโยชน์อย่างเฉพาะเจาะจงได้อย่างไร และจะสามารถใช้ AI เพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจและพนักงานในด้านใดได้บ้าง

เทคโนโลยีนี้เป็นซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมที่ทำงานด้วยกระบวนการโรบอตแบบอัตโนมัติ (Robotic Process Automation: RPA) ต่อมาก็พัฒนาเป็นแชตบอตที่พูดไม่ได้สำหรับจัดการงานง่าย ๆ ที่ไม่ต้องใช้ทักษะพิเศษ แต่เมื่อมีการนำมาผสานรวมกับ AI จึงทำให้ฉลาดขึ้นและทำให้ได้ผลผลิตที่มีมูลค่ามากขึ้น จนในที่สุดมีการนำไปใช้กับธุรกิจและการดำเนินงานทุกประเภท  ปัจจุบันออฟฟิศหรือแอปพลิเคชันการผลิตที่เป็นดิจิทัลส่วนใหญ่จะมีฟีเจอร์ AI ต่าง ๆ ติดตั้งมาเบ็ดเสร็จ ซึ่งสามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

ผู้นำด้านการกระจายสินค้าและทีมไอทีปกติก็มีเรื่องต่าง ๆ ที่ต้องใส่ใจมากมายอยู่แล้ว โดยไม่ต้องมาเสียสมาธิกับเรื่องที่ยังไม่เป็นรูปร่างชัดเจน (เช่น ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง, แว่น AR ที่ใช้เทคโนโลยีเสริมจินตนาการ, การส่งของด้วยโดรน ฯลฯ) แต่สิ่งที่เราทุกคนจำเป็นต้องทราบคือ การใช้ AI มีแต่จะเพิ่มขึ้น เพราะมันทำให้งานมากมายหลายประเภทรวดเร็วและง่ายขึ้น 

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) คืออะไร

กล่าวโดยสรุป AI คือซอฟต์แวร์ที่เชื่อมโยงกับข้อมูลหรือเซ็นเซอร์ สามารถประมวลผล เรียนรู้จากข้อมูล และให้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ โดยอาจเป็นข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อน การคาดการณ์ความผันแปรของอุปทาน หรือการดำเนินงานด้านบิ๊กดาต้า (การจดจำใบหน้า, การสแกนทางการแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรค, การแชทด้วยเสียง และอื่น ๆ) ที่ให้ผลลัพธ์รวดเร็วเหลือเชื่อ

การใช้งาน AI เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเนื่องจากสเกลขนาดมโหฬารของระบบคลาวด์ที่มาพร้อมกับโปรเซสเซอร์อันทรงพลัง ทำให้สามารถคำนวณคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนและเข้าถึงชุดข้อมูลขนาดใหญ่ได้แบบเรียลไทม์

สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป AI เป็นเพียงอีกบริการหนึ่งที่อาจอยู่ในชื่อ “การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคาดการณ์” หรือ “การเรียนรู้ที่ชาญฉลาด”เพื่อให้เข้าใจง่ายและเหมาะสมสำหรับธุรกิจมากขึ้น  แต่ไม่ว่าจะเรียกอย่างไรก็ตาม AI ก็สามารถดำเนินการกระบวนใด ๆ ได้ราวกับมีเวทมนตร์รองรับ

การใช้ AI ในการกระจายสินค้า

สำหรับธุรกิจกระจายสินค้าที่ต้องใช้โซลูชันระบบคลาวด์ เช่น Infor© CloudSuite Distribution Enterprise และ Infor CloudSuite Distribution ธุรกิจเหล่านั้นจะได้รับการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ ๆ อย่างสม่ำเสมอ โดย AI จะกลายเป็นเพียงเครื่องมือสำหรับทดลองและนำประโยชน์มาใช้  สำหรับดิสทริบิวเตอร์ที่ต้องการเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคต สามารถใช้ AI ในเรื่องต่าง ๆ ได้ดังต่อไปนี้

บริหารจัดการด้านซัพพลายเออร์

ดิสทริบิวเตอร์จำนวนมากพึงพอใจในความสัมพันธ์ของตนกับซัพพลายเออร์ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง  แต่ AI และแมชชีนเลิร์นนิงสามารถตรวจสอบข้อมูลที่อยู่เบื้องหลังบริการ และแนะนำวิธีปรับปรุงประสิทธิภาพของซัพพลายเออร์ได้ ช่วยขจัดความไร้ประสิทธิภาพของกระบวนการ หรือจุดอ่อนของผลิตภัณฑ์ที่อาจมองเห็นได้ในบันทึกการส่งคืนเท่านั้นซึ่งอาจถูกละเลยได้ง่าย

ปรับปรุงประสบการณ์การขาย

AI สามารถปรับราคาหรือให้คำแนะนำในการซื้อได้แบบไดนามิก เพื่อเพิ่มโอกาสในการปิดการขาย แอปพลิเคชันการขายที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะสามารถแนะนำส่วนลดตามปริมาณสินค้า โดยพิจารณาจากข้อมูลการขายและการวิเคราะห์ความรู้สึก อิงตามพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าที่ผ่านมาและตามสภาวะตลาด

เพิ่มประสิทธิภาพสินค้าคงคลัง

ดิสทริบิวเตอร์ส่วนใหญ่ใช้แอปพลิเคชันสินค้าคงคลัง เพื่อให้แน่ใจว่าสินค้าในสต็อกมีเพียงพอ ในขณะที่ AI สามารถมอนิเตอร์รูปแบบการขายและตรวจสอบให้แน่ใจว่า สต็อกสินค้าที่ถูกต้องจัดเก็บอยู่ในตำแหน่งในคลังสินค้าที่ถูกต้องตลอดเวลา  และตรงตามเทศกาล/ฤดูกาล ความต้องการตลาด และเมื่อผลิตภัณฑ์หรือซัพพลายต่าง ๆ มีการเปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้ AI ยังสามารถตรวจสอบค่าใช้จ่ายในการขนส่งและค่าธรรมเนียมซัพพลายเออร์ เพื่อหาวิธีการซื้อ จัดส่ง และกระจายสินค้าไป-กลับจากการดำเนินงานคลังสินค้าได้อย่างคุ้มค่าที่สุด  และสามารถให้คำแนะนำแก่ผู้ซื้อพร้อมอัปเดตเส้นทาง เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการที่รวดเร็วที่สุด

เพิ่มยอดขายและการซื้อสินค้าให้ได้มากที่สุด

เมื่อ AI มีประสิทธิภาพมากขึ้นในกระบวนการทางธุรกิจและเครื่องมือการจัดการ ก็จะสามารถเข้ามาแทนที่งานที่น่าเบื่อและกินเวลามากมายที่พนักงานทำ  ทำให้สามารถใช้เวลาที่เพิ่มขึ้นไปกับการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน พร้อมให้ข้อมูลเชิงลึก และวางตำแหน่งองค์กรของคุณให้เป็นบริษัทที่ทันสมัย

ใคร ๆ ก็ใช้ได้

ทุกคนตั้งแต่พนักงานคลังสินค้าคนใหม่ไปจนถึงผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากเครื่องมือ AI  หากเลือกแพลตฟอร์มที่มีโมเดล AI ที่กำหนดค่าไว้ล่วงหน้า  เพราะจะทำให้เข้าถึงแมชชีนเลิร์นนิงแบบใช้โค้ดน้อยและไม่ใช้โค้ดได้ง่ายขึ้น  นอกจากนี้การฝึกอบรมซ้ำโดยอัตโนมัติหมายความว่า คุณไม่จำเป็นต้องบำรุงรักษาด้วยตนเอง เช่น แพลตฟอร์ม Coleman AI ของ Infor ที่มาพร้อมความสามารถเหล่านี้

กล่าวโดยสรุปคือ ในระยะเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่ปี โซลูชัน AI ได้ก้าวข้ามจากนิยายวิทยาศาสตร์มาสู่ความเป็นจริงทางธุรกิจ โดยมอบศักยภาพในการประหยัดเวลา ลดค่าใช้จ่าย และสร้างมูลค่าผ่านข้อมูลเชิงลึกอันชาญฉลาด ทำให้ความกลัว AI ส่วนใหญ่กลายเป็นเรื่องอดีตไปแล้ว และนี่ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นบทบาทของ AI 

ข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์บางส่วนจากรายงาน State of AI in the Enterprise ประจำปีครั้งที่ 5 ของ Deloitte แสดงให้เห็นว่า

  • ธุรกิจ 42% ใช้การวางแผนห่วงโซ่อุปทานแบบอัลกอริทึมแล้ว
  • ธุรกิจ 65% ต้องการซื้อบริการ AI แทนที่จะสร้างเอง
  • ผู้ตอบแบบสำรวจ 82% ระบุว่า พนักงานของตนเชื่อว่าการทำงานกับเทคโนโลยี AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความพึงพอใจในการทำงาน
  • อย่างไรก็ตาม ยังมีงานที่ต้องทำอีกมากในเรื่องความเสี่ยง ความโปร่งใส และความปลอดภัย

ข้อมูลเชิงลึกและโอกาสในการเพิ่มความเร็วให้กับระบบอัตโนมัติเหล่านี้จะทำให้ธุรกิจกระจายสินค้าให้ความสนใจในเทคโนโลยีนี้มากขึ้น เนื่องจากบริการ AI ได้กลายเป็นฟีเจอร์ของแอปพลิเคชันและบริการทั้งหมด  

สำหรับประเทศไทย รัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยี AI จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (พ.ศ. 2565 – 2570) ซึ่งกำหนดยุทธศาสตร์หลัก 5 ประการเพื่อส่งเสริมการพัฒนาและการนำ AI มาใช้ในประเทศ เช่น การเตรียมความพร้อมสำหรับ การประยุกต์ใช้ AI โดยคำนึงถึงข้อพิจารณาด้านจริยธรรมและกฎหมาย, การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเพื่อการพัฒนา AI ที่ยั่งยืน, การเพิ่มขีดความสามารถของมนุษย์ และการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา AI  โดยแผนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์ ด้วยการจัดการกับปัญหาและใช้ประโยชน์จากความเป็นไปได้ต่าง ๆ 

About pawarit

Check Also

Siemens เข้าซื้อกิจการ Inspekto บริษัทซอฟต์แวร์ Machine Vision ที่ขับเคลื่อนด้วย AI

Siemens Aktiengesellschaft เข้าซื้อกิจการ Inspekto บริษัทซอฟต์แวร์ machine vision ที่ขับเคลื่อนด้วย AI

ABI Research คาดการณ์ระบบการจัดการคุณภาพ (QMS) สำหรับการผลิต จะถูกขับเคลื่อนด้วยพลัง AI มากขึ้น

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงของซอฟต์แวร์ระบบการจัดการคุณภาพ (QMS) โดยช่วยให้ผู้ผลิตปิดวงจรการจัดการคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยขับเคลื่อนความคิดริเริ่มด้านคุณภาพตลอดวงจรการผลิตตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการควบคุม