HELL Energy ให้ AI พัฒนาและชิมรสชาติเครื่องดื่มให้พลังงานที่ AI สร้างขึ้นมาเอง

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่เพียงแค่การนำมาออกแบบเครื่องดื่มเท่านั้น แต่ยังนำมาใช้ประโยชน์ในการเลือกส่วนผสมด้วยความรอบคอบ พร้อมทั้งกำหนดสูตรและวิธีการปรุงทั้งหมด แม้กระทั่งการชิมเพื่อให้ได้เครื่องดื่มที่มีความสมบูรณ์ เรื่องแบบนี้อาจจะดูคล้ายกับภาพยนตร์แนวนิยายวิทยาศาสตร์ แต่นี่คือเรื่องจริงที่ไม่ธรรมดาในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่กำลังสร้างความประหลาดใจให้กับผู้คน

การผลิตเครื่องดื่มให้พลังงาน HELL Energy A.I. ซึ่งเกิดขึ้นจากอาณาจักรดิจิทัลของ AI

ก่อนอื่นมาลองย้อนระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญและสิ่งประดิษฐ์บางอย่างในประวัติศาสตร์ด้านอาหารและเครื่องดื่ม เริ่มจาก มีการจัดส่งอาหารครั้งแรกของโลก (พ.ศ. 2311), ตู้เย็น (ต้นทศวรรษ 1800), การพาสเจอร์ไรซ์ (ศตวรรษที่ 19), เตาอบไมโครเวฟ (พ.ศ. 2488), การทำอาหารโดยวิธีการเหนี่ยวนำทางไฟฟ้า (พ.ศ. 2516) การสั่งอาหารออนไลน์ (พ.ศ. 2537) และหุ่นยนต์ส่งอาหาร (พ.ศ. 2561)

ในตอนนี้ มีเหตุการณ์สำคัญล่าสุด นั่นคือ เครื่องดื่มให้พลังงาน หรือเครื่องดื่มชูกำลัง (energy drink) ชนิดแรกของโลกที่พัฒนาขึ้นจากปัญญาประดิษฐ์ทั้งหมด โดยอยู่บนพื้นฐานตามคำสั่งผลิตของผู้ผลิตชาวฮังการี (กรกฎาคม 2023) และเครื่องดื่มดังกล่าวนี้ได้รับการผลิตในโรงงานเครื่องดื่มให้พลังงานที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป

เครื่องจักรทำได้มากกว่าที่สิ่งที่พวกเขาสั่งให้เครื่องจักรทำ

การใช้ประโยชน์จากความสามารถที่สูงกว่าในการประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลด้วยความเร็วสูง โดยให้ AI สำรวจข้อมูลเชิงลึกจากอินเทอร์เน็ต แล้ววิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับส่วนผสมของเครื่องดื่มให้พลังงาน รวมทั้งตัวเลขยอดขาย ความคิดเห็นของผู้บริโภค การวิจัยด้านสุขภาพ และแนวโน้มอุตสาหกรรม ด้วยความรู้ที่ครอบคลุมในด้านเหล่านี้ ทำให้ AI สามารถสร้างสรรค์เครื่องดื่มให้พลังงานสูตรใหม่ได้อย่างเหนือความคาดหมาย

การใช้ความสามารถในการรับรู้ที่เหนือกว่า โดย AI สามารถยกระดับเครื่องดื่มให้พลังงานด้วยส่วนผสมของวิตามินและกรดอะมิโนที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นไปตามกฎข้อบังคับของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม และมีความเหมาะสมตามมาตรฐานทางโภชนาการ

เพื่อการปรับแต่งรสชาติที่ดีเยี่ยม ได้ให้ AI สร้างเครื่องดื่มที่มีรสชาติต่างกันสามแบบ และแปลงให้เป็นดิจิทัลโดยใช้เทคโนโลยีของบริษัทที่มีฐานอยู่ที่ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และหลังจาก AI ได้ชิม (ใช้คำว่า “ชิม” ไม่ใช่การทดสอบ) เครื่องดื่มทั้งสามแบบ และวิเคราะห์ข้อมูลอย่างครบถ้วนและจัดแจงทางสถิติแล้ว AI ได้นำมาใช้กับ Predictive Intelligence เพื่อเลือกรสชาติที่เป็นยอดนิยม

ผลลัพธ์ คือ Tutti-frutti & Berry-blast ที่ให้รสชาติสดใหม่ ไม่เหมือนใคร จาก HELL ซึ่งเกิดขึ้นจากอาณาจักรดิจิทัลของ AI

เพื่อรักษาความลับของสูตรเครื่องดื่มนี้เอาไว้ AI ได้ให้คำแนะนำอย่างเข้มงวดในการเก็บเป็นความลับไว้ในคอมพิวเตอร์ที่มีความมั่นคงระดับสูงภายในโรงงานของ HELL Energy ในฮังการี และยังเสริมด้วยมาตรการความมั่นคงขั้นสูง และด้วยการตระหนักถึงความจำเป็นในมาตรการสำรองข้อมูล การทำสำเนาของสูตรเครื่องดื่มนี้จึงถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัยในห้องนิรภัยของสวิส

แต่การมีส่วนร่วมของ AI ไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้น เพราะ AI ยังรับหน้าที่ออกแบบบรรจุภัณฑ์ โดยการแต่งเติมกระป๋องให้สวยงามเข้ากับวัยรุ่นและทันสมัย และผสมผสานเอกลักษณ์ของแบรนด์เข้ากับความเก๋ไก๋ทางดิจิทัลของ AI

การพัฒนาที่ก้าวล้ำนี้ถือเป็นยุคใหม่ของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม โดยระบบ AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลได้ในเวลาไม่กี่นาที เร่งวงจรการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากหลายปีมาเป็นเพียงไม่กี่สัปดาห์ เป็นความพยายามร่วมกันระหว่างระบบ AI ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมที่มีความสำคัญ เพราะสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดจากเดิมที่เคยคิดว่าเป็นไปไม่ได้

เครื่องดื่มให้พลังงานในชื่อ HELL Energy A.I. ผลิตขึ้นจากโรงงานผลิตเครื่องดื่มที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป เครื่องดื่มนี้พร้อมเปิดตัวในกว่า 60 ประเทศทั่วโลกในช่วงฤดูร้อน-ฤดูใบไม้ร่วงปี 2023 ที่กำลังจะมาถึง เป็นการเตรียมเปิดประสบการณ์รสชาติใหม่ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งเกิดขึ้นจากการผสมผสานระหว่างปัญญาประดิษฐ์และการสร้างนวัตกรรมเครื่องดื่ม

ที่มา: HELL Energy

About pawarit

Check Also

ย้ายระบบ IT ขึ้น Cloud อย่างมั่นใจ ด้วยหลักการ 7R และโครงการ AWS Lift ที่จะช่วยลดค่าใช้จ่าย Cloud ลงได้สูงสุดกว่า 65%

การย้ายระบบ IT ขึ้น Cloud นั้นถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่ธุรกิจองค์กรและเหล่า SMB หลายแห่งทั่วไทยกำลังต้องเร่งดำเนินการ เพื่อลดค่าใช้จ่ายและความซับซ้อนในการดูแลรักษาระบบ IT ของธุรกิจ และเร่งสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันใหม่ๆ ด้วยการเพิ่มความยืดหยุ่นจากการนำความสามารถใหม่ๆ ของ Cloud มาประยุกต์ใช้

BMW ตั้งโรงงานแบตเตอรี่ EV แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ประเทศไทย

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เผยแผนตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศปี 2024 ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการตอบสนองต่อการลงทุนด้านรถยนต์ไฟฟ้าและห่วงโซ่อุปทานของจีนที่เพิ่มมากขึ้นในประเทศไทย โรงงานที่จะตั้งอยู่ในจังหวัดระยอง จะช่วยเพิ่มยอดขายของบริษัทสำหรับแบตเตอรี่ EV และ PHEV