แคนนอน บุกตลาด B2B เปิดตัว imagePRESS V900 Series เครื่องพิมพ์โปรดักชัน รุ่นใหม่ล่าสุด

เสริมทัพตระกูล V-series ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์สุดล้ำ ชูฟีเจอร์ใหม่ช่วยผู้ใช้งานทำงานง่าย รวดเร็ว และคงความแม่นยำของคุณภาพสีทุกแผ่น

กรุงเทพฯ 6 มิถุนายน 2566 – บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดตัว imagePRESS V900 Series เครื่องพิมพ์โปรดักชันรุ่นใหม่ล่าสุดของตระกูล imagePRESS V Series ที่ยกระดับสู่มาตรฐานใหม่ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์สุดล้ำเพื่อมอบประสิทธิภาพการใช้งานที่ง่ายดาย ตอบโจทย์ศูนย์บริการงานพิมพ์ทั้งรายใหญ่และรายย่อยที่ต้องพบกับงานระดับโปรดักชันที่ท้าทายในปัจจุบัน โดยเฉพาะลูกค้าที่ต้องการงานพิมพ์คุณภาพสูงซึ่งมีกำหนดการส่งงานที่เร่งด่วน

เครื่องพิมพ์ตระกูล imagePRESS V Series เป็นเครื่องพิมพ์โปรดักชันประสิทธิภาพสูงที่ครบครันด้วยฟังก์ชั่นเพื่อตอบโจทย์งานพิมพ์ทุกรูปแบบ เหมาะกับศูนย์บริการงานพิมพ์ทั้งรายใหญ่และรายย่อย รองรับการทำงานอัตโนมัติและใช้งานง่าย ด้วยความหลากหลายของออพชั่นอุปกรณ์ป้อนกระดาษ และฟินิชชิ่งช่วยให้การทำงานได้อย่างสะดวกง่ายดาย ผ่านคอนโทรลเลอร์ PRISMAsync หรือ EFI Fiery  เครื่องพิมพ์ imagePRESS V900 ได้รับการออกแบบเพื่องานพิมพ์ที่มีประสิทธิภาพและรองรับความหลากหลายของวัสดุพิมพ์ ด้วยตัวเครื่องพิมพ์ที่มีขนาดกะทัดรัด แข็งแรงทนทานและทำงานได้อย่างต่อเนื่อง มอบคุณภาพและสีสันงานพิมพ์ที่สวยงามคมชัด สม่ำเสมอ รวมไปถึงการพิมพ์หน้าหลังที่มีความเที่ยงตรงแม่นยำ

imagePRESS V900 Series ตอบโจทย์งานพิมพ์ระดับโปรดักชันด้วยฟังก์ชั่นการทำงานที่ยืดหยุ่น

imagePRESS V900 series ถือเป็นเครื่องพิมพ์รุ่นเริ่มต้นของตระกูล V series ซึ่งเหมาะกับงานพิมพ์กระดาษ A4 ที่มีจำนวนการพิมพ์สูงสุดที่ 500,000 แผ่นต่อเดือน โดยนำเสนอ 3 รุ่น ได้แก่ V900, V800 และ V700 โดยตัวเลขชื่อรุ่นแสดงถึงความเร็วในการพิมพ์สูงสุดที่ 90, 80 และ 70 แผ่นต่อนาทีตามลำดับ พร้อมตอบโจทย์งานพิมพ์ระดับโปรดักชันที่เร่งด่วน ซึ่งยังคงต้องการคุณภาพ ความสม่ำเสมอ ประสิทธิภาพและจำเป็นต้องใช้วัสดุพิมพ์ที่แตกต่างกันหลายชนิดในแต่ละวัน

นอกจากเป็นเครื่องพิมพ์รุ่นเริ่มต้นของตระกูล V series  V900 สามารถใช้ผลิตงานพิมพ์ได้หลากหลาย รองรับวัสดุพิมพ์ ตั้งแต่กระดาษ 52 แกรม กระดาษ coated 70 แกรม ไปจนถึงความหนาถึง 350 แกรม ซองจดหมาย และการพิมพ์แบนเนอร์ที่มียาวถึง 1.30 เมตร รวมถึงกระดาษที่มีผิวขรุขระ และวัสดุประเภท synthetic

V900 ยังผสานฟีเจอร์อัตโนมัติรุ่นใหม่เพื่อให้ผู้ใช้งานทำงานได้ง่าย รวดเร็ว และแม่นยำขึ้น ช่วยประหยัดทั้งเวลาและแรงงาน จึงไม่จำเป็นต้องใช้ช่างพิมพ์ทักษะสูง การติดตั้งอุปกรณ์เสริม Duplex Colour Image Reader Unit ทำให้สามารถปรับตั้งค่าก่อนพิมพ์ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งความแม่นยำของการพิมพ์หน้าหลังที่ให้ความเที่ยงตรง 0.8 มม. การไล่ระดับเฉดสี ความหนาแน่นของสี หรือการปรับแรงดันของชุด transfer  เพื่อให้มั่นใจถึงงานพิมพ์คุณภาพระดับสูง โดยเฉพาะบนวัสดุพิมพ์ที่มีผิวขรุขระผู้ใช้งานเพียงพิมพ์ chart ผ่านตัวป้อนเอกสารอัตโนมัติ (Automatic Document Feeder) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ Duplex Colour Image Reader Unit เครื่องพิมพ์จะปรับค่าอัตโนมัติที่ถูกต้อง

ทั้งนี้ แคนนอน ได้จัดกิจกรรมแนะนำผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์โปรดักชัน Canon imagePRESS V900 Series ณ โชว์รูมแคนนอน สำนักงานใหญ่ เมื่อเดือน พฤษภาคมที่ผ่านมา  เพื่อสาธิตการทำงานของพรินเตอร์ ฟังก์ชันต่างๆ ให้ผู้ประกอบการธุรกิจสิ่งพิมพ์ ศูนย์บริการงานพิมพ์ โรงพิมพ์ และองค์กรเอกชน ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักได้ชม อาทิ การงานพิมพ์แบบ on demand ซึ่งมีความเร็วในการพิมพ์สูงสุดถึง 90 หน้าต่อนาที พิมพ์สวยคมชัด แม้บนกระดาษที่มีผิวสัมผัสเฉพาะและกระดาษยาว 1.30 เมตร ฟีเจอร์ IN-LINE SPECTROPHOTOMETER ที่ช่วยให้ขั้นตอนการทำ Calibration รวดเร็ว ง่าย และแม่นยำมากขึ้น รวมถึงคงคุณภาพสีในการพิมพ์งานซ้ำ การพรูฟพรินติ้ง ฯลฯ  โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากแคนนอนคอยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้ประกอบการมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์และบริการของแคนนอนสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการได้ตรงตามคอนเซปต์ Business Can Be Simple ให้การทำธุรกิจการพิมพ์เป็นเรื่องง่าย

Canon imagePRESS V900 series เริ่มวางจำหน่ายแล้ววันนี้  

About pawarit

Check Also

ABI Research คาดการณ์ระบบการจัดการคุณภาพ (QMS) สำหรับการผลิต จะถูกขับเคลื่อนด้วยพลัง AI มากขึ้น

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงของซอฟต์แวร์ระบบการจัดการคุณภาพ (QMS) โดยช่วยให้ผู้ผลิตปิดวงจรการจัดการคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยขับเคลื่อนความคิดริเริ่มด้านคุณภาพตลอดวงจรการผลิตตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการควบคุม

ปรับไม่ต้องเปลี่ยน ลดต้นทุนได้ถึง 65% ด้วยการใช้เอกสารดิจิทัล i-Reporter ระบบ paperless สำหรับสายการผลิต

ปรับไม่ต้องเปลี่ยน ลดต้นทุนได้ถึง 65% ด้วยการใช้เอกสารดิจิทัล i-Reporter ระบบ paperless สำหรับสายการผลิต