Advantech ประกาศเปิดตัว WiseEdge 365 พร้อมรับมือเมกะเทรนด์ AIoT ที่กำลังมาถึง

IoT ถือเป็นตลาดสำคัญที่สามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจการผลิต โครงสร้างพื้นฐาน เมืองอัจฉริยะ หรือสาธารณูปโภคและอื่นๆ อย่างไรก็ดีด้วยความก้าวหน้าของโลกที่ AI กำลังเติบโตผ่านแอปพลิเคชันการใช้งานมากมาย เช่น Image Processing, Data Analytics, Prediction, Big Data หรือ ChatGPT อันโด่งดังที่ทำให้ความคาดหวังของผู้ใช้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ด้วยเหตุนี้การผสมผสานระหว่าง AI และ IoT จึงกำลังกลายเป็นเมกะเทรนด์ของโลกในอนาคตอันใกล้

ด้วยความสำคัญนี้เองที่งาน Advantech ASEAN WISE-IoT Partner Conference 2023 ณ ปีนัง ประเทศมาเลเซีย ผู้เชี่ยวชาญในโซลูชันและให้บริการ IoT สำหรับภาคอุตสาหกรรมอย่าง Advantech จึงได้ประกาศความพร้อมเชิงกลยุทธ์และโซลูชันใหม่ในงานที่จัดขึ้นนี้ ซึ่งทีมงาน TechTalkThai ขอรวบรวมประเด็นสำคัญมาให้ทุกท่านได้ติดตามกันครับ

ปรับตัวสู่เมกะเทรนด์ AIoT

คุณ Eric Chen, President of General Management และ CFO & CIO จาก Advantech

Advantech ได้ถือกำเนิดขึ้นมาในช่วงปี 1983 ซึ่งเป็นเวลากว่า 40 ปีที่บริษัทยังคงมีผลประกอบการเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดสะท้อนได้จากดัชนี ROE ระหว่างปี 2012 – 2022 มีอัตราสูงถึง 23% และในปี 2022 รายรับของบริษัทอยู่ที่ 2,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจมากยืนยันได้ถึงความแข็งแกร่งของบริษัท โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานับได้ว่าบริษัทกำลังมุ่งสู่ยุคที่สามของการเติบโต ที่ช่วงแรกคือตั้งแต่ก่อตั้งถึงปี 2010 ที่มุ่งมั่นสู่การก้าวเป็นบริษัทระดับสากล และช่วงที่สองใน 10 ปีถัดมาได้เข้าสู่การขยายฐานลูกค้า ในช่วงเวลานี้ปี 2016 WISE-IOT ได้ถือกำเนิดขึ้นด้วยเช่นกัน

โดยยุคที่สามเพื่อตอบรับกับเมกะเทรนด์ AIoT ที่จะเกิดขึ้น บริษัทกำลังเข้าสู่แผนการปรับโครงสร้างหน่วยงานธุรกิจภายในให้สอดรับการดูแลที่ครอบคลุมอย่างเฉพาะเจาะกลุ่มลูกค้ามากขึ้น รวมถึงการปรับเปลี่ยนจากการนำเสนอตัวสินค้ายกระดับสู่การนำเสนอโซลูชัน โดนคุณ Eric Chen, President of General Management และ CFO & CIO จาก Advantech เผยว่าการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่นี้กำลังเกิดขึ้นแล้ว เพื่อให้ลูกค้าได้รับการดูแลและคำปรึกษาได้อย่างตรงจุดและพร้อมรับเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตได้อย่างมั่นใจ

Co-creating เพื่อพัฒนา Ecosystem

จากสถิติของ Gartner คาดการณ์ว่าภายในปี 2025 ตลาดของ Edge Computing จะมีมูลค่าถึง 500,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่ความน่าสนใจก็คือสิ่งที่จะเป็นกุญแจสู่การพัฒนาแอปพลิเคชันด้าน Edge ก็คือเทคโนโลยี Low-code/ No code ที่ช่วยให้การพัฒนาแอปพลิเคชันง่ายขึ้น ไม่ต้องพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญเพียงฝ่ายเดียว นอกจากนี้ Hardware, Software และ Service จะต้องผสมผสานกันได้อย่างลงตัวเพื่อตอบโจทย์ของตลาดนี้เช่นกัน

คุณ Vincent Chang, Managing Director of AIntercon (Asia and Intercontinental Region) จาก Advantech

คุณ Vincent Chang, Managing Director of AIntercon (Asia and Intercontinental Region) จาก Advantech ได้บรรยายถึงการเติบโตที่จะต้องเกิดขึ้นในระบบของ Ecosystem หรือที่ Advantech ได้ใช้คำว่า Co-creating เพื่อสื่อสารเน้นย้ำถึงความสำคัญ ซึ่งแน่นอนว่า Advantech ได้นำเสนอความเชี่ยวชาญผ่านผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มที่ตนมี แต่สุดท้ายแล้วผู้ที่รู้เกี่ยวกับปัญหามากที่สุดก็คือลูกค้านั่นเอง ดังนั้นทางแก้ปัญหาคือการร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่ายเพื่อสร้างโซลูชันที่เหมาะสมกับความต้องการ

ตลอดระยะเวลานับ 10 ปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า Advantech ได้ลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ไม่ใช่เพียงแค่สำนักงานขายในแต่ละประเทศ แต่ยังมีทีมงานทางเทคนิคอีกด้วย สิ่งเหล่านี้คือความมั่นใจที่ Advantech ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นว่าอยู่เคียงข้างลูกค้าเสมอมา นอกจากนี้เองในแผนการข้างหน้าทางบริษัทยังมุ่งหน้าไปที่การให้บริการอย่างเฉพาะเจาะจงตอบโจทย์ความต้องการในแต่ละตลาดหรือวัฒนธรรมที่ต่างกันออกไป

ในมุมของ Advantech เองคุณ Willie Lin, Industrial IoT iFactory SRP จาก Advantech ได้หยิบยกให้เราได้เห็นถึงภาพในอดีตจากเดิมที่การพัฒนาระบบ OT (Operational Technology) มักต้องได้รับการช่วยเหลือจาก IT เสมอเพราะความยากในการพัฒนาที่ต้องใช้ทักษะสูงและกระบวนการอื่นๆ ทำให้ต้องใช้ระยะเวลาหลายเดือน แต่ด้วยโซลูชัน WISE-IOT ภาพเหล่านี้ได้ถูกลบเลือนออกไปแล้ว โดยท่านสามารถรวบรวมข้อมูล IoT จากทุกระบบไปใช้สร้างประโยชน์ต่อได้อีกมากมาย เช่น ประยุกต์โมเดล AI เพื่อสร้างการตัดสินใจ ตอบโจทย์ได้หลากหลายอุตสาหกรรมจากข้อมูลที่รวบรวมมา นอกจากนี้ท่านยังสามารถเลือกปรับแต่งส่วนประกอบภายในได้อย่างอิสระ เช่น การเลือกฐานข้อมูล เซ็นเซอร์ยี่ห้อต่างๆ โดยแนวทางการจัดการข้อมูล และ AI ยังเป็นส่วนหนึ่งในภาพของ Industry 5.0 ที่กำลังเกิดขึ้นด้วย

เปิดตัว WISE-IoT Edge 365

นอกจากการแสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อส่วนใหญ่แล้ว ช่วงท้ายรายการของงานสัมมนายังมีการเปิดตัวโซลูชันใหม่ที่ชื่อว่า WISE-IoT Edge 365 หรือแพลตฟอร์มสุดล้ำที่จะช่วยพลิกโฉมการทำงานแบบเดิมให้ก้าวเข้าสู่ความทันสมัย ง่าย คล่องตัว พร้อมสำหรับการทำงานจากทุกที่ ด้วยโครงสร้างคลาวด์อันแข็งแกร่งและปลอดภัยจากพันธมิตรอย่าง Microsoft Azure ประกอบกับความรู้และประสบการณ์อันแข็งแกร่งของ Advantech

คุณ SW Tan, ASEAN WISE IoT Edge365 SAE Leader จาก Advantech ได้แนะนำถึงที่ WISE-IoT Edge 365 ว่าจะเป็นตัวประสานข้อมูลจาก IoT และแอปพลิเคชันต่างๆ เช่น SCADA, DPM, CNC หรืออื่นๆ ตลอดจนฟังก์ชันในการปฏิบัติงานอย่าง MQTT, VPN, OTA Update, Real-Time Monitoring และมี API ที่ช่วยให้การเชื่อมต่อเป็นไปได้ ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยให้การทำงานของแอดมินง่ายขึ้นด้วยความเพรียบพร้อมในบริการต่างๆ จากเดิมที่ต้องจัดหาหรือสร้างขึ้นมาเอง อีกทั้งองค์ประกอบเหล่านี้จะได้รับการดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญจาก Advantech ลดภาระหน้าที่ในการดูแลของลูกค้า

เก็บตกประเด็นสำคัญ

คุณ Vincent Chang (Managing Director of AIntercon) และคุณ Matrix Choong (ASEAN Service IoT Sector Head)

ทีมงาน TechTalkThai ยังได้มีโอกาสสัมภาษณ์คุณ Vincent Chang และคุณ Matrix Choong ถึงทรรศนะเพิ่มเติมนอกเหนือจากการบรรยาย ซึ่งได้ไขข้อสงสัยว่าลูกค้าจะเติบโตไปกับ Advantech ได้อย่างไรอะไรคือข้อได้เปรียบที่พาร์ทเนอร์จะได้รับ 

และคำตอบก็แสดงออกได้ชัดเจนว่าตลอดระยะเวลานับสิบปีที่ผ่านมา บริษัทได้ทำการจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานในหลายประเทศ ที่ให้บริการตั้งแต่การขาย ทีมดูแล และพาร์ทเนอร์อย่างเป็นระบบ 

ด้วยการลงทุนมหาศาลนี้ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่า Advantech จริงจังในธุรกิจ นอกจากนี้ Advantech ทำตลาดภายใต้แบรนด์สินค้าที่แข็งแกร่งซึ่งเป็นที่รู้จักสากล ไม่ใช่บริการประเภท OEM (Original Equipment Manufacturer)ซึ่งบริษัทยังให้ความสำคัญกับพาร์ทเนอร์เป็นศูนย์กลางทั้งการแชร์ความรู้ และจัดอีเว้นต์เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ลูกค้าและพาร์ทเนอร์ได้เชื่อมต่อกันอยู่เสมอ อย่างไรก็ดีการเติบโตอย่างมากของ Advantech ยังหมายถึงว่าธุรกิจยังต้องการคนที่มีทักษะอีกมาก ซึ่งอย่างที่บริษัทกล่าวไปว่าจะมุ่งเน้นการพัฒนาบุคคลากรระดับท้องถิ่นที่เข้าใจปัญหาได้ดีที่สุด ยกตัวอย่างเช่น ศูนย์นวัตกรรม เช่นในมาเลเซียที่จะเปิดให้บริการในปลายปีนี้

ในมุมของความมั่นคงปลอดภัยทาง Advantech ยังคงยืนยันว่าเป็นสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญเสมอ แม้ในทางปฏิบัติแล้วระบบ IoT ในภาคอุตสาหกรรมจะเป็นระบบปิดที่เข้าถึงได้ยาก ส่วนหนึ่ง Advantech ได้เตรียมฟีเจอร์เช่น การสื่อสารที่มีการเข้ารหัสผ่าน VPN หรือฟังก์ชันอื่นๆที่จำเป็นแต่เหมาะกับ IoT ที่มีทรัพยากรจำกัด อีกทางหนึ่ง Advantech ได้จับมือกับผู้เชี่ยวชาญเช่น McAfee ที่เข้าใจเรื่องภัยคุกคามระดับ Endpoint โดยสามารถติดตั้งในอุปกรณ์ศูนย์กลาง หรือ Microsoft Azure ที่มีฟีเจอร์ความมั่นคงปลอดภัยในส่วนของคลาวด์ 

ผู้บริหารทั้งสองท่านยังได้กล่างถึงการส่งเสริมพาร์ทเนอร์ที่ต้องการเริ่มต้นต่อยอดสร้างซอฟต์แวร์ของตนเองจากแพลตฟอร์มของ Advantech ว่าสิ่งที่บริษัทเตรียมการไว้ให้ก็คือซอฟต์แวร์ที่พร้อมใช้งานที่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องและเข้ากันได้แล้ว เช่น MQTT, Node-red หรือโซลูชันสำเร็จรูปที่พร้อมให้บริการในทันทีผ่าน Marketplace โดยเรื่องเหล่านี้ดูเผินๆอาจเป็นสิ่งที่จัดเตรียมได้เอง แต่ในความเป็นจริงแล้วอุปสรรคเหล่านี้เป็นเรื่องที่เสียเวลาอย่างมากในหน้างานจริง

ประเด็นของ Smart City เองเป็นเรื่องที่กว้างมาก เช่น แอปพลิเคชันสำหรับบริหารจัดการ การจัดการพลังงาน ระบบน้ำ ตึกอาคาร และเรื่องอื่นๆที่มากกว่าแค่ระบบ CCTV โดยแนวคิดของ Advantech คือการทำสิ่งที่ตนถนัดและเกิดประโยชน์ในวงกว้าง ซึ่งบริษัทได้มีเข้าไปมีบทบาทในระบบเบื้องหลังของธุรกิจต่างๆมากกว่า 10 ปี เช่น โลจิสติกส์ ค้าปลีก และอุตสาหกรรมบริการ เป็นต้น อย่างไรก็ดีผู้บริหารทั้งสองชี้ว่าหากรัฐบาลของแต่ละประเทศมีมาตรการและระเบียบชัดเจนออกมาจะช่วยให้การแข่งขันมีความชัดเจนและยกระดับมาตรฐานขึ้นอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น ระบบ CCTV ที่ต้องเชื่อมต่อกันได้จากทุกหน่วยงาน แต่ทุกวันนี้อาจจะแยกกันดูแล

คุณโชติเวท เพียรพบสุข IIoT Sector Head ประจำประเทศไทยในตลาด WISE-IOT

ประเทศไทยเองเป็นตลาดที่ Advantech ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งมีโอกาสเติบโตทางธุรกิจอีกมากในหลากหลายมิติทั้งในภาคอุตสาหกรรมด้าน Smart Manufacturing อุตสาหกรรมการให้บริการ ตลอดจน Smart City ที่ถูกพูดถึงมาหลายปี ผ่านทางสินค้าจาก Advantech หรือความร่วมมือด้าน AI กับผู้เชี่ยวชาญอย่าง NVIDIA หรือพาร์ทเนอร์ที่มีไอเดียแตกต่างออกไป โดยคุณโชติเวท เพียรพบสุข IIoT Sector Head ประจำประเทศไทยในตลาด WISE-IOT ให้ความมั่นใจว่าตลาด IoT ของไทยยังมีปัญหาอีกหลายกรณีที่ Advantech สามารถเข้าไปช่วยลูกค้าได้ด้วยโซลูชันที่มีมาตรฐานระดับอุตสาหกรรมพร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์

บทส่งท้าย

ความมุ่งมั่นของ Advantech จากงานครั้งนี้ได้แสดงพลังให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแล้วในภาคอุตสาหกรรม โดยเมื่อหลายปีก่อนระบบ OT (Operational Technology) เหล่านี้มักเป็นเรื่องที่แยกขาดจาก IT (Information Technology) อย่างชัดเจน แต่หลายปีที่ผ่านมา Advantech ได้สร้างความเป็นไปได้ในการนำข้อมูลจาก OT มาใช้ประโยชน์ ซึ่งสะท้อนได้จากแพลตฟอร์ม WISE-IoT Edge 365 ที่ผสานเอาข้อมูลจากส่วนต่างเข้าไว้ด้วยกันพร้อมต่อยอดสู่เทคโนโลยี AI ให้ธุรกิจนำไปประกอบการตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดสอดรับกับเทคโนโลยีโลก

อนึ่ง Advantech ยังให้ความสำคัญกับภาคพันธมิตรทุกส่วน เช่นในมุมของพาร์ทเนอร์ท่านสามารถใช้แพลตฟอร์มประกอบกับความรู้เฉพาะไปสร้างบริการใหม่และแก้ปัญหากรณีต่างๆได้ หรือพาร์ทเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษอย่าง NVIDIA ในด้าน AI หรือ Microsoft Azure ในระบบคลาวด์ ไม่เพียงเท่านั้นโซลูชันใหม่ๆจาก Advantech ยังมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยี Low Code/ No-code เพื่อให้ผู้ใช้งานทุกคนเข้าถึงระบบได้ง่ายขึ้น ซึ่ง Advantech เองไม่ได้มีแค่ส่วนของธุรกิจ IoT เท่านั้นแต่ยังมีธุรกิจส่วนอื่นด้วยเช่น หน้าจอสำหรับอุตสาหกรรม อุปกรณ์ทางเครือข่ายเกรดอุตสาหกรรมและอื่นๆ 

สนใจติดต่อทีมงาน Advantech ได้ที่ Email[email protected] หรือโทร : 02-248-8306-9

และ LINE ID: @Advantech

About pawarit

Check Also

ออมเดียเผย ตลาดจอ Micro LED จ่อโตแตะ 51.7 ล้านหน่วย ภายในปี 2573

งานวิจัยใหม่จากออมเดีย (Omdia) พบว่า การจัดส่งจอแสดงผลไมโครไดโอดเปล่งแสง หรือจอ Micro LED คาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 51.7 ล้านหน่วยภายในปี 2573 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเทคโนโลยีนี้ยังใช้งานได้จำกัดเมื่อต้องแข่งกับจอแบบอื่น ๆ ในช่วงการคาดการณ์ดังกล่าว ส่วนแบ่งตลาดการจัดส่งของจอ …

“LIMAZ” ระบบสายสัญญาณเน็ตเวิร์กคุณภาพสูง แบรนด์คนไทย มาตรฐานระดับสากล โดย 9D

LIMAZ (ลิมัซ) ผลิตภัณฑ์ระบบสายสัญญาณเน็ตเวิร์กคุณภาพสูง (Network Infrastructure System) แบรนด์คนไทย มาตรฐานสากล รับประกัน 25 ปี เหมาะกับผู้ใช้งานทั่วไป จนถึงงานระดับดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center)